บทความสุขภาพทั้งหมด
วัคซีน อ่านประมาณ 7 นาที

ไข้เลือดออก: สังเกตอาการอย่างไร และวัคซีนช่วยได้แค่ไหน

สรุปอาการไข้เลือดออกที่ควรสังเกต สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ และข้อมูลวัคซีนไข้เลือดออก Qdenga (TAK-003) ว่าเหมาะกับใคร

เผยแพร่ 6 สิงหาคม 2569ปรับปรุงล่าสุด 6 สิงหาคม 2569
โปสเตอร์อาการของโรคไข้เลือดออกที่ควรสังเกต
โปสเตอร์จากเพจ Facebook ของมงคลดีคลินิกเวชกรรม

หลายคนเข้าใจว่าไข้เลือดออกเป็นโรคของเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็มีโอกาสอาการหนักได้เหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว ทุกวันนี้นอกจากกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและป้องกันไม่ให้ยุงกัด ยังมีวัคซีนที่ช่วยลดความรุนแรงและลดโอกาสต้องนอนโรงพยาบาล

สรุปก่อนอ่าน

  • อาการเด่นคือไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้อาเจียน และมีจุดแดงหรือผื่น
  • ช่วงที่อันตรายที่สุดคือช่วงไข้เริ่มลด ไม่ใช่ช่วงไข้สูง
  • ห้ามใช้ยากลุ่มแอสไพรินและ NSAIDs เอง เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
  • วัคซีน Qdenga (TAK-003) ฉีดได้ในช่วงอายุ 4-60 ปี โดยไม่ต้องตรวจภูมิคุ้มกันก่อนฉีด

อาการที่ควรสังเกต

  • ไข้สูงลอย มักสูงต่อเนื่องหลายวัน
  • ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • มีจุดแดงเล็ก ๆ หรือผื่นตามร่างกาย
  • หน้าแดง ตาแดง ในเด็กอาจซึมลงกว่าปกติ

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าไข้ลดแล้วคืออาการดีขึ้น แต่ในไข้เลือดออก ช่วงที่ไข้เริ่มลดคือช่วงที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุด เพราะอาจเกิดภาวะรั่วของพลาสมาและช็อกได้

องค์การอนามัยโลกระบุสัญญาณที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที ได้แก่ ปวดท้องรุนแรง อาเจียนไม่หยุด หายใจเร็ว เลือดออกตามไรฟันหรือเลือดกำเดา อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด กระหายน้ำมาก ตัวเย็นและซีด อ่อนเพลียมาก หรือกระสับกระส่าย

ควรรู้: ระหว่างมีไข้ ควรใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดที่เหมาะสมเท่านั้น หลีกเลี่ยงแอสไพรินและยากลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

วัคซีนไข้เลือดออกช่วยอะไรได้

วัคซีน Qdenga (TAK-003) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ที่ครอบคลุมเชื้อเดงกีทั้งสี่สายพันธุ์ ฉีดสองเข็มห่างกันสามเดือน และให้ได้ในช่วงอายุ 4-60 ปี โดยไม่ต้องเจาะเลือดตรวจภูมิคุ้มกันก่อนฉีด

ข้อมูลที่คลินิกอ้างอิงจากศูนย์ทดสอบวัคซีน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุประสิทธิภาพในการลดการนอนโรงพยาบาลราว 90.4% ป้องกันโรครุนแรงราว 85.9% และป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการราว 80.2% ตัวเลขเหล่านี้มาจากการศึกษาในกลุ่มประชากรที่ศึกษา ผลในแต่ละบุคคลจึงอาจต่างกัน

ใครที่แพทย์แนะนำให้พิจารณาฉีด

  • เด็กวัยเรียนอายุประมาณ 10-14 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบการป่วยสูง
  • ผู้ใหญ่อายุ 45 ปีขึ้นไป ที่มีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ หรือโรคปอด

ควรรู้: วัคซีนไม่ได้แทนการป้องกันยุงกัดและการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทั้งสองอย่างยังต้องทำควบคู่กันไป และความเหมาะสมของวัคซีนต้องประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

คำตอบแบบสั้นและตรง

เคยเป็นไข้เลือดออกแล้ว ยังฉีดวัคซีนได้ไหม?

โดยทั่วไปฉีดได้และมักเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ เพราะการติดเชื้อซ้ำต่างสายพันธุ์สัมพันธ์กับอาการที่รุนแรงขึ้น แต่ควรให้แพทย์ประเมินประวัติก่อน

ต้องเจาะเลือดตรวจภูมิก่อนฉีดหรือไม่?

วัคซีน TAK-003 ไม่ต้องตรวจภูมิคุ้มกันก่อนฉีด ซึ่งต่างจากวัคซีนไข้เลือดออกรุ่นก่อนหน้า

ฉีดสองเข็มห่างกันเท่าไร?

ห่างกันประมาณสามเดือน ควรฉีดให้ครบตามกำหนดเพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันตามที่ตั้งใจ

แหล่งข้อมูล

  1. Dengue and severe dengue World Health Organization
  2. Dengue MedlinePlus, U.S. National Library of Medicine

เนื้อหาเรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลสาธารณสุขที่อ้างอิงไว้ด้านบน

เนื้อหานี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์

สุขภาพแต่ละคนไม่เหมือนกัน

หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาประจำ ตั้งครรภ์ หรือมีอาการผิดปกติ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนใช้ข้อมูลในบทความตัดสินใจ

โทร LINE