อ่านผลตรวจเลือดด้วยตัวเอง: CBC ไขมัน ตับ ไต ค่าไหนต้องระวัง
คู่มืออ่านใบผลตรวจเลือด ทีละหมวด ตั้งแต่ CBC น้ำตาล ไขมัน ตับ ไต กรดยูริก จนถึงปัสสาวะ พร้อมค่าอ้างอิงและสัญญาณที่ควรกลับมาพบแพทย์

ใบผลตรวจเลือดมีตัวย่อภาษาอังกฤษเต็มไปหมด และตัวเลขที่พิมพ์ตัวหนาหรือมีดอกจันมักทำให้ใจหาย ด้านล่างไล่ทีละหมวดว่าค่าแต่ละตัววัดอะไร ช่วงปกติอยู่ราวไหน และค่าแบบไหนที่ควรกลับมาคุยกับแพทย์ ค่าอ้างอิงของแต่ละห้องปฏิบัติการต่างกันเล็กน้อย ให้ยึดช่วงที่พิมพ์อยู่ในใบผลของคุณเป็นหลัก
สรุปก่อนอ่าน
- ค่าที่ผิดปกติเล็กน้อยครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นโรค หลายค่าแกว่งตามอาหาร การนอน การออกกำลังกาย และการเจ็บป่วยชั่วคราว
- ค่าที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือ น้ำตาล ≥126 mg/dL, HbA1c ≥6.5%, LDL สูงร่วมกับความเสี่ยงอื่น, eGFR <60 และค่าตับสูงเกิน 2–3 เท่าของค่าปกติ
- อ่านค่าเป็นชุด ไม่อ่านทีละตัว เช่น ค่าไตต้องดู Cr กับ eGFR คู่กัน ค่าซีดต้องดู Hb ร่วมกับ MCV
- แพทย์ที่คลินิกอธิบายผลให้ทุกราย และการตรวจซ้ำในอีก 2–4 สัปดาห์มักเป็นขั้นตอนแรกก่อนสรุปว่าผิดปกติจริง
CBC: ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
| ค่า | วัดอะไร | ช่วงอ้างอิงโดยประมาณ | ถ้าผิดปกติมักหมายถึง |
|---|---|---|---|
| Hb (ฮีโมโกลบิน) | ความเข้มข้นเลือด | ชาย 13–17 · หญิง 12–15 g/dL | ต่ำ = ซีด (ขาดเหล็ก ธาลัสซีเมีย เสียเลือด) · สูง = เลือดข้น |
| MCV | ขนาดเม็ดเลือดแดง | 80–100 fL | ต่ำ = ขาดเหล็กหรือธาลัสซีเมีย · สูง = ขาดวิตามินบี 12/โฟเลต แอลกอฮอล์ |
| WBC (เม็ดเลือดขาว) | ภูมิคุ้มกัน | 4,000–10,000 /µL | สูง = ติดเชื้อ อักเสบ ความเครียด · ต่ำ = ไวรัส ยา หรือโรคไขกระดูก |
| Platelet (เกล็ดเลือด) | การแข็งตัวของเลือด | 150,000–400,000 /µL | ต่ำ = ไข้เลือดออก ยา โรคตับ · สูง = อักเสบ ขาดเหล็ก |
ภาวะซีดในคนไทยพบบ่อยจากสองสาเหตุคือขาดธาตุเหล็กและพาหะธาลัสซีเมีย ซึ่งแยกกันได้จาก MCV และการตรวจเพิ่ม ถ้า Hb ต่ำเล็กน้อยโดยไม่มีอาการ แพทย์มักตรวจธาตุเหล็กหรือชนิดฮีโมโกลบินก่อนให้ยา ไม่ควรซื้อยาบำรุงเลือดกินเองเพราะพาหะธาลัสซีเมียบางชนิดไม่ควรได้ธาตุเหล็กเพิ่ม
น้ำตาล: FBS และ HbA1c
| ค่า | ปกติ | เสี่ยง (ก่อนเบาหวาน) | เข้าเกณฑ์เบาหวาน |
|---|---|---|---|
| FBS (น้ำตาลหลังงดอาหาร 8 ชม.) | <100 mg/dL | 100–125 mg/dL | ≥126 mg/dL (ยืนยันซ้ำ) |
| HbA1c (น้ำตาลสะสม 3 เดือน) | <5.7% | 5.7–6.4% | ≥6.5% |
FBS สูงเล็กน้อยครั้งเดียวอาจมาจากงดอาหารไม่ครบ นอนน้อย หรือเครียด ส่วน HbA1c ไม่ขึ้นกับมื้ออาหารจึงใช้ยืนยันได้ดี ถ้าอยู่ในช่วงเสี่ยง การปรับอาหารและออกกำลังกายตอนนี้ได้ผลมากที่สุด อ่านรายละเอียดที่ ค่าที่ใช้ติดตามเบาหวาน
ไขมันในเลือด: Lipid profile
ชุดไขมันมี 4 ค่าหลัก คือคอเลสเตอรอลรวม (TC) ไขมันเลว (LDL) ไขมันดี (HDL) และไตรกลีเซอไรด์ (TG) ค่าที่มีน้ำหนักในการตัดสินใจมากที่สุดคือ LDL และเป้าหมายไม่ได้เท่ากันทุกคน คนทั่วไปที่ไม่มีความเสี่ยงอาจยอมรับ LDL ได้ถึง 130 mg/dL ขณะที่ผู้เป็นเบาหวานหรือเคยเป็นโรคหัวใจต้องต่ำกว่า 70 หรือ 55 mg/dL
ค่า TG สูงมักสัมพันธ์กับอาหารแป้ง น้ำตาล แอลกอฮอล์ และการไม่งดอาหารก่อนเจาะ ส่วน HDL ต่ำสัมพันธ์กับการไม่ออกกำลังกายและการสูบบุหรี่ อ่านรายละเอียดเป้าหมายแต่ละกลุ่มที่ ไขมันในเลือด LDL HDL ค่าปกติเท่าไหร่
ตับ: AST, ALT, ALP
| ค่า | ช่วงอ้างอิงโดยประมาณ | สูงมักหมายถึง |
|---|---|---|
| ALT (SGPT) | ประมาณ <40 U/L (ห้องแล็บกำหนด) | ไขมันพอกตับ ยา แอลกอฮอล์ ไวรัสตับอักเสบ ค่านี้จำเพาะกับตับมากกว่า AST |
| AST (SGOT) | ประมาณ <40 U/L | ตับ แต่ก็สูงได้จากกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายหนัก |
| ALP | ประมาณ 40–130 U/L | ท่อน้ำดี กระดูก และสูงได้ปกติในเด็กที่กำลังโตและหญิงตั้งครรภ์ |
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของ ALT สูงเล็กน้อยในคนวัยทำงานคือไขมันพอกตับจากน้ำหนักเกิน ซึ่งดีขึ้นได้ด้วยการลดน้ำหนัก 5–10% ถ้าค่าสูงเกิน 2–3 เท่าของค่าปกติ หรือสูงต่อเนื่อง แพทย์จะตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี (อยู่ในแผน B) และอาจส่งอัลตราซาวนด์ ยาสมุนไพรและอาหารเสริมบางชนิดก็ทำให้ค่าตับสูงได้ ควรแจ้งแพทย์ทุกอย่างที่กิน
ไต: BUN, Creatinine, eGFR
| ค่า | ช่วงอ้างอิงโดยประมาณ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| Creatinine (Cr) | ชาย 0.7–1.2 · หญิง 0.5–1.0 mg/dL | ขึ้นกับมวลกล้ามเนื้อ คนตัวใหญ่ค่าสูงกว่าโดยธรรมชาติ |
| eGFR | ≥90 ปกติ · 60–89 ลดลงเล็กน้อย · <60 ต้องติดตาม | คำนวณจาก Cr อายุ เพศ เป็นค่าที่ใช้บอกระยะโรคไต |
| BUN | 7–20 mg/dL | สูงได้จากขาดน้ำหรือกินโปรตีนมาก ไม่ได้แปลว่าไตเสื่อมเสมอไป |
eGFR ที่ต่ำกว่า 60 นานเกิน 3 เดือนเข้าเกณฑ์โรคไตเรื้อรัง แต่ค่าครั้งเดียวหลังขาดน้ำ ออกกำลังกายหนัก หรือกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs อาจต่ำชั่วคราว การตรวจซ้ำและตรวจโปรตีนในปัสสาวะร่วมด้วยจึงเป็นขั้นตอนมาตรฐานก่อนสรุป ผู้เป็นเบาหวานและความดันควรดูค่านี้ทุกปี
กรดยูริกและปัสสาวะ
- Uric acid สูงกว่าราว 7 mg/dL (ชาย) หรือ 6 mg/dL (หญิง) เพิ่มความเสี่ยงเกาต์และนิ่ว แต่คนจำนวนมากยูริกสูงโดยไม่เคยมีอาการและไม่จำเป็นต้องกินยา ปรับอาหารและลดแอลกอฮอล์ก่อน
- ปัสสาวะ (UA) ดูโปรตีน น้ำตาล เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว โปรตีนรั่วเป็นสัญญาณแรกของไตจากเบาหวาน เม็ดเลือดขาวมากมักเป็นการติดเชื้อ
- เม็ดเลือดแดงในปัสสาวะโดยไม่มีอาการต้องตรวจซ้ำ และในผู้หญิงควรเลี่ยงช่วงมีประจำเดือน
ค่าแบบไหนที่ควรกลับมาพบแพทย์เร็ว ไม่รอนัดปีหน้า
- FBS ≥126 หรือ HbA1c ≥6.5%: เข้าเกณฑ์เบาหวาน ต้องยืนยันและวางแผนดูแล
- LDL ≥190 mg/dL: มักมีปัจจัยทางพันธุกรรม ต้องประเมินยา
- eGFR <60 หรือมีโปรตีนในปัสสาวะ: ต้องตรวจซ้ำและหาสาเหตุ
- ALT หรือ AST สูงเกิน 2–3 เท่า: ตรวจไวรัสตับอักเสบและอัลตราซาวนด์
- Hb ต่ำกว่า 10 g/dL หรือเกล็ดเลือดต่ำกว่า 100,000: ต้องหาสาเหตุ
- ค่าใดก็ตามที่ผิดปกติร่วมกับอาการ เช่น น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียมาก ปัสสาวะผิดปกติ
ควรรู้: นำใบผลตรวจเดิมทุกครั้งที่มาตรวจ แนวโน้มของค่าตลอดหลายปีบอกอะไรได้มากกว่าตัวเลขครั้งเดียว ที่คลินิกรับ ตรวจเลือดเฉพาะรายการ เพื่อติดตามค่าที่ผิดปกติได้โดยไม่ต้องตรวจทั้งชุดใหม่
คำถามที่พบบ่อย
ส่วนใหญ่ไม่ แพทย์มักให้ตรวจซ้ำใน 2–4 สัปดาห์โดยเตรียมตัวให้ถูกต้องก่อน ถ้ายังผิดปกติจึงหาสาเหตุต่อ ยกเว้นค่าที่สูงมากหรือมีอาการร่วม ควรพบแพทย์เร็ว
บริการที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข้อมูล
- Understanding Your Lab Test Results MedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Standards of Care in Diabetes: Classification and Diagnosis American Diabetes Association
- KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease Kidney Disease: Improving Global Outcomes
เนื้อหานี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ เผยแพร่ 20 กันยายน 2569

สุขภาพแต่ละคนไม่เหมือนกัน
หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาประจำ ตั้งครรภ์ หรือมีอาการผิดปกติ ให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ ทัก LINE ได้เลย
