อ่านผลตรวจเลือดด้วยตัวเอง: CBC ไขมัน ตับ ไต ค่าไหนต้องระวัง

คู่มืออ่านใบผลตรวจเลือด ทีละหมวด ตั้งแต่ CBC น้ำตาล ไขมัน ตับ ไต กรดยูริก จนถึงปัสสาวะ พร้อมค่าอ้างอิงและสัญญาณที่ควรกลับมาพบแพทย์

อ่านประมาณ 9 นาทีปรับปรุง 20 กันยายน 2569
การวัดความดันโลหิต

ใบผลตรวจเลือดมีตัวย่อภาษาอังกฤษเต็มไปหมด และตัวเลขที่พิมพ์ตัวหนาหรือมีดอกจันมักทำให้ใจหาย ด้านล่างไล่ทีละหมวดว่าค่าแต่ละตัววัดอะไร ช่วงปกติอยู่ราวไหน และค่าแบบไหนที่ควรกลับมาคุยกับแพทย์ ค่าอ้างอิงของแต่ละห้องปฏิบัติการต่างกันเล็กน้อย ให้ยึดช่วงที่พิมพ์อยู่ในใบผลของคุณเป็นหลัก

สรุปก่อนอ่าน

  • ค่าที่ผิดปกติเล็กน้อยครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นโรค หลายค่าแกว่งตามอาหาร การนอน การออกกำลังกาย และการเจ็บป่วยชั่วคราว
  • ค่าที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือ น้ำตาล ≥126 mg/dL, HbA1c ≥6.5%, LDL สูงร่วมกับความเสี่ยงอื่น, eGFR <60 และค่าตับสูงเกิน 2–3 เท่าของค่าปกติ
  • อ่านค่าเป็นชุด ไม่อ่านทีละตัว เช่น ค่าไตต้องดู Cr กับ eGFR คู่กัน ค่าซีดต้องดู Hb ร่วมกับ MCV
  • แพทย์ที่คลินิกอธิบายผลให้ทุกราย และการตรวจซ้ำในอีก 2–4 สัปดาห์มักเป็นขั้นตอนแรกก่อนสรุปว่าผิดปกติจริง

CBC: ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด

ค่าวัดอะไรช่วงอ้างอิงโดยประมาณถ้าผิดปกติมักหมายถึง
Hb (ฮีโมโกลบิน)ความเข้มข้นเลือดชาย 13–17 · หญิง 12–15 g/dLต่ำ = ซีด (ขาดเหล็ก ธาลัสซีเมีย เสียเลือด) · สูง = เลือดข้น
MCVขนาดเม็ดเลือดแดง80–100 fLต่ำ = ขาดเหล็กหรือธาลัสซีเมีย · สูง = ขาดวิตามินบี 12/โฟเลต แอลกอฮอล์
WBC (เม็ดเลือดขาว)ภูมิคุ้มกัน4,000–10,000 /µLสูง = ติดเชื้อ อักเสบ ความเครียด · ต่ำ = ไวรัส ยา หรือโรคไขกระดูก
Platelet (เกล็ดเลือด)การแข็งตัวของเลือด150,000–400,000 /µLต่ำ = ไข้เลือดออก ยา โรคตับ · สูง = อักเสบ ขาดเหล็ก

ภาวะซีดในคนไทยพบบ่อยจากสองสาเหตุคือขาดธาตุเหล็กและพาหะธาลัสซีเมีย ซึ่งแยกกันได้จาก MCV และการตรวจเพิ่ม ถ้า Hb ต่ำเล็กน้อยโดยไม่มีอาการ แพทย์มักตรวจธาตุเหล็กหรือชนิดฮีโมโกลบินก่อนให้ยา ไม่ควรซื้อยาบำรุงเลือดกินเองเพราะพาหะธาลัสซีเมียบางชนิดไม่ควรได้ธาตุเหล็กเพิ่ม

น้ำตาล: FBS และ HbA1c

ค่าปกติเสี่ยง (ก่อนเบาหวาน)เข้าเกณฑ์เบาหวาน
FBS (น้ำตาลหลังงดอาหาร 8 ชม.)<100 mg/dL100–125 mg/dL≥126 mg/dL (ยืนยันซ้ำ)
HbA1c (น้ำตาลสะสม 3 เดือน)<5.7%5.7–6.4%≥6.5%

FBS สูงเล็กน้อยครั้งเดียวอาจมาจากงดอาหารไม่ครบ นอนน้อย หรือเครียด ส่วน HbA1c ไม่ขึ้นกับมื้ออาหารจึงใช้ยืนยันได้ดี ถ้าอยู่ในช่วงเสี่ยง การปรับอาหารและออกกำลังกายตอนนี้ได้ผลมากที่สุด อ่านรายละเอียดที่ ค่าที่ใช้ติดตามเบาหวาน

ไขมันในเลือด: Lipid profile

ชุดไขมันมี 4 ค่าหลัก คือคอเลสเตอรอลรวม (TC) ไขมันเลว (LDL) ไขมันดี (HDL) และไตรกลีเซอไรด์ (TG) ค่าที่มีน้ำหนักในการตัดสินใจมากที่สุดคือ LDL และเป้าหมายไม่ได้เท่ากันทุกคน คนทั่วไปที่ไม่มีความเสี่ยงอาจยอมรับ LDL ได้ถึง 130 mg/dL ขณะที่ผู้เป็นเบาหวานหรือเคยเป็นโรคหัวใจต้องต่ำกว่า 70 หรือ 55 mg/dL

ค่า TG สูงมักสัมพันธ์กับอาหารแป้ง น้ำตาล แอลกอฮอล์ และการไม่งดอาหารก่อนเจาะ ส่วน HDL ต่ำสัมพันธ์กับการไม่ออกกำลังกายและการสูบบุหรี่ อ่านรายละเอียดเป้าหมายแต่ละกลุ่มที่ ไขมันในเลือด LDL HDL ค่าปกติเท่าไหร่

ตับ: AST, ALT, ALP

ค่าช่วงอ้างอิงโดยประมาณสูงมักหมายถึง
ALT (SGPT)ประมาณ <40 U/L (ห้องแล็บกำหนด)ไขมันพอกตับ ยา แอลกอฮอล์ ไวรัสตับอักเสบ ค่านี้จำเพาะกับตับมากกว่า AST
AST (SGOT)ประมาณ <40 U/Lตับ แต่ก็สูงได้จากกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายหนัก
ALPประมาณ 40–130 U/Lท่อน้ำดี กระดูก และสูงได้ปกติในเด็กที่กำลังโตและหญิงตั้งครรภ์

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของ ALT สูงเล็กน้อยในคนวัยทำงานคือไขมันพอกตับจากน้ำหนักเกิน ซึ่งดีขึ้นได้ด้วยการลดน้ำหนัก 5–10% ถ้าค่าสูงเกิน 2–3 เท่าของค่าปกติ หรือสูงต่อเนื่อง แพทย์จะตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี (อยู่ในแผน B) และอาจส่งอัลตราซาวนด์ ยาสมุนไพรและอาหารเสริมบางชนิดก็ทำให้ค่าตับสูงได้ ควรแจ้งแพทย์ทุกอย่างที่กิน

ไต: BUN, Creatinine, eGFR

ค่าช่วงอ้างอิงโดยประมาณหมายเหตุ
Creatinine (Cr)ชาย 0.7–1.2 · หญิง 0.5–1.0 mg/dLขึ้นกับมวลกล้ามเนื้อ คนตัวใหญ่ค่าสูงกว่าโดยธรรมชาติ
eGFR≥90 ปกติ · 60–89 ลดลงเล็กน้อย · <60 ต้องติดตามคำนวณจาก Cr อายุ เพศ เป็นค่าที่ใช้บอกระยะโรคไต
BUN7–20 mg/dLสูงได้จากขาดน้ำหรือกินโปรตีนมาก ไม่ได้แปลว่าไตเสื่อมเสมอไป

eGFR ที่ต่ำกว่า 60 นานเกิน 3 เดือนเข้าเกณฑ์โรคไตเรื้อรัง แต่ค่าครั้งเดียวหลังขาดน้ำ ออกกำลังกายหนัก หรือกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs อาจต่ำชั่วคราว การตรวจซ้ำและตรวจโปรตีนในปัสสาวะร่วมด้วยจึงเป็นขั้นตอนมาตรฐานก่อนสรุป ผู้เป็นเบาหวานและความดันควรดูค่านี้ทุกปี

กรดยูริกและปัสสาวะ

  • Uric acid สูงกว่าราว 7 mg/dL (ชาย) หรือ 6 mg/dL (หญิง) เพิ่มความเสี่ยงเกาต์และนิ่ว แต่คนจำนวนมากยูริกสูงโดยไม่เคยมีอาการและไม่จำเป็นต้องกินยา ปรับอาหารและลดแอลกอฮอล์ก่อน
  • ปัสสาวะ (UA) ดูโปรตีน น้ำตาล เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว โปรตีนรั่วเป็นสัญญาณแรกของไตจากเบาหวาน เม็ดเลือดขาวมากมักเป็นการติดเชื้อ
  • เม็ดเลือดแดงในปัสสาวะโดยไม่มีอาการต้องตรวจซ้ำ และในผู้หญิงควรเลี่ยงช่วงมีประจำเดือน

ค่าแบบไหนที่ควรกลับมาพบแพทย์เร็ว ไม่รอนัดปีหน้า

  • FBS ≥126 หรือ HbA1c ≥6.5%: เข้าเกณฑ์เบาหวาน ต้องยืนยันและวางแผนดูแล
  • LDL ≥190 mg/dL: มักมีปัจจัยทางพันธุกรรม ต้องประเมินยา
  • eGFR <60 หรือมีโปรตีนในปัสสาวะ: ต้องตรวจซ้ำและหาสาเหตุ
  • ALT หรือ AST สูงเกิน 2–3 เท่า: ตรวจไวรัสตับอักเสบและอัลตราซาวนด์
  • Hb ต่ำกว่า 10 g/dL หรือเกล็ดเลือดต่ำกว่า 100,000: ต้องหาสาเหตุ
  • ค่าใดก็ตามที่ผิดปกติร่วมกับอาการ เช่น น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียมาก ปัสสาวะผิดปกติ

ควรรู้: นำใบผลตรวจเดิมทุกครั้งที่มาตรวจ แนวโน้มของค่าตลอดหลายปีบอกอะไรได้มากกว่าตัวเลขครั้งเดียว ที่คลินิกรับ ตรวจเลือดเฉพาะรายการ เพื่อติดตามค่าที่ผิดปกติได้โดยไม่ต้องตรวจทั้งชุดใหม่

คำถามที่พบบ่อย

ส่วนใหญ่ไม่ แพทย์มักให้ตรวจซ้ำใน 2–4 สัปดาห์โดยเตรียมตัวให้ถูกต้องก่อน ถ้ายังผิดปกติจึงหาสาเหตุต่อ ยกเว้นค่าที่สูงมากหรือมีอาการร่วม ควรพบแพทย์เร็ว

บริการที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูล

  1. Understanding Your Lab Test Results MedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
  2. Standards of Care in Diabetes: Classification and Diagnosis American Diabetes Association
  3. KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease Kidney Disease: Improving Global Outcomes

เนื้อหานี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ เผยแพร่ 20 กันยายน 2569

สุขภาพแต่ละคนไม่เหมือนกัน

หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาประจำ ตั้งครรภ์ หรือมีอาการผิดปกติ ให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ ทัก LINE ได้เลย